บทความน่าสนใจและข่าวประชาสัมพันธ์

(ธรรมะวันนี้)เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พ.จ. ครรชิต อกิญจโน

(ธรรมะวันนี้)เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พ.จ. ครรชิต อกิญจโน ท่านได้เมตตามาบรรยายธรรมที่อาคารปฎิบัติธรรม สุรัตนธรรม บางลำภู มีตอนหนึ่งท่านกล่าวถึงคำสอนของหลวงพ่อ คำเขียน มีใจความว่า หลวงพ่อท่านเคยบอกกล่าวว่า ท่านไม่มีโบสถ์หลังใหญ่ไว้อวดใคร!!! ไม่มีวิหารอะไรที่จะแข่งความยิ่งใหญ่กับใครได้!!!ไม่มีสิ่งใดที่จะเชิดชูเพื่อสู้กับใครได้เลยจริงๆ!!!แต่.....สิ่งที่ท่านมี และสามรถอวดใครๆได้ก็คือ"ความทุกข์"ท่านไม่มี ท่านทั้งหลายฟังแล้วรู้สึกอย่างไรครับ?สำหรับผมฟังแล้วร้องอ้อในใจเลย เป็นคำพูด...ที่ฟังแล้วเข้าใจและไม่มีคำถามที่จะถามต่ออีก เพราะทุกวันนี้มนุษย์เราล้วนมีความทุกข์ทั้งสิ้น เหตุที่ทุกข์เพราะความต้องการ(ตัณหา)อยากมีอยากได้ในสิ่งที่ต้องการเพราะคิดว่าถ้าได้แล้วจะมีความสุข จะได้พ้นทุกข์จึงยึด(อุปทาน) กับสิ่งที่ต้องการ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการได้ดั่งใจก็คิดว่าสิ่งนั้นทำให้ตนมีความสุข แต่หากไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เกิดความทุกข์ขึ้นในใจอีก และตรงข้าม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วความทุกข์หมดไป มีความสุขสักพักเดี่ยวความสุขก็จืดชืดลงแล้วหมดไปอีก ก็สรรหาที่จะอยากมีอยากได้ในสิ่งใหม่ๆขึ้นมาแทน ไม่จบไม่สิ้น นี่แหละหนาคือตัว"ตัณหา" วันนี้หรือเมื่อไหร่ที่ท่านเกิดความต้องการสิ่งใด ให้น้อมนำสิ่งนั้นมาพิจารณาว่า มันมีคุณ มีโทษ มีประโยชน์อย่างไร?น้อมนำมาพิจารณาทุกๆเรื่อง ในสิ่งที่ท่านต้องการ เพื่อคลายราคะ คลายตัณหาให้จืดจางลง ลองนำมาพิจารณาทุกๆเรื่องเพื่อคลายความต้องการ นำมาพิจารณาบ่อยๆนะครับแล้วท่านจะเป็นผู้ชนะในกิเลสต่างๆ กิเลสจะได้ไม่มาครอบงำจิตใจท่าน ท่านครับ เมื่อเราต้องการสิ่งใดก็จะทุกข์กับสิ่งนั้น รักสิ่งใดก็ทุกข์กับสิ่งนั้น นำมาพิจารณาทุกสิ่งว่าล้วนไม่เที่ยงทั้งสิ้น แล้วสิ่งนั้นจะได้ไม่นอนเนื่องในใจของท่านอีกต่อไป แล้วท่านก็จะไม่ทุกข์กับสิ่งที่ไม่แน่นอน ในโลกนี้ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงไม่จีรังยั่งยืนทั้งสิ้น สาธุครับ

 

(ธรรมะวันนี้)ผมได้เดือนทางไปจังหวัดขอนแก่น

(ธรรมะวันนี้)ผมได้เดือนทางไปจังหวัดขอนแก่นซึ้งเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้เสียชีวิตและได้ไปร่วมงานศพของท่าน โดยขึ้นเครื่องไปลงที่ขอนแก่น สิ่งที่ผมจะบอกกล่าวกับท่านก็คือ เมื่อใดที่ท่านได้มีโอกาสไปร่วมงานศพ ผมอยากให้ท่านนำมาพิจารณาในสิ่งที่ท่านได้เห็นได้สัมผัส ดังเช่นที่ผมได้นำมาพิจารณาดังนี้ว่า สักวันหนึ่งผมก็ต้องตายและนอนอยู่ดังเช่นท่านนี้ เอาสิ่งที่เราเห็นมาเป็นครูสอนจิตสอนใจ ตอนเรามีชีวิตมีชื่อเสียง มีหน้าตาเกียรติ์ยศ มีคนชมและยกยอในบุญกุศลที่เราได้ทำว่าดี ว่าสุดยอด ว่าร่ำรวยใจด...ีและหายากมากในสังคม ทั้งมากในสมบัติพัสสถาน(ที่เขาจะคิดและพรรณาให้เราฟังและล้วนแต่เป็นคำชมคำเยินยอ) แต่สุดท้ายของชีวิตเราทุกคนก็ต้องตาย ตายแน่ๆไม่มีแม้แต่สิ่งใดที่เอาไปได้สักอย่าง ไอ้ที่หามาตั้งแต่หนุ่มๆต่อสู้บากบั่นก็เพื่อเงินทั้งสิ้น แต่สุดท้ายไอ้สิ่งที่หามาทั้งชีวิต...ก็ไม่ได้ใช้มัน ขณะมีชีวิตอยู่ก็หลงกับคำสรรเสริญ สมบัติ เงินทอง ชื่อเสียง ความสุข หน้าตาตัวตน และยึดกับความต้องการ(ตัณหา)จนไม่รู้จักพอ ท่านทั้งหลายดูรูปที่ผมนำมาให้พิจารณาซิครับ สักวันทั้งท่านและผมก็หนีไม่พ้น ท้ายสุดเมื่อผมตายหรือท่านต้องตายไป ไอ้ที่คำเยินยอชื่อเสียงก็จะหายไปตามตัว เป็นแค่ความทรงจำ ไม่นานคนรุ่นหลังก็ลืมไปในไม่ช้า ส่วนสมบัติเงืนทองของตนก็เป็นของผู้อื่นไป ตัวเองหาแต่ผู้อื่นใช้ ตอนยังอยู่ก็มัดยัสขึ้เหนียวกินขี้เหนียวใช้ เอาแต่เก็บ บุญก็ทำกระปิดกระปอย สุดท้ายก็ทำมาให้เขาใช้ ตัวเองไม่ได้ใช้ เฮ่อ... พิจารณาเช่นนี้บ่อยๆนะครับ จะได้ลดความอยากให้จืดจางลงหมั่นทำบุญทำทานเป็นเสบียงดีกว่า ขอบคุณคุณลุงทวดที่ทำให้ผมได้พิจารณาธรรมะในวันนี้ ขอให้คุณลุงไปสู่สุคติยังสรวงสวรรค์ด้วยเทอญ สาธุครับ

(ธรรมะวันนี้)ภาพที่ท่านเห็นวันนี้ มิได้เพื่อโปรโมทย์ตัวเองหรือกิจการของตัวเอง

(ธรรมะวันนี้)ภาพที่ท่านเห็นวันนี้ มิได้เพื่อโปรโมทย์ตัวเองหรือกิจการของตัวเอง แต่นำมาให้ท่านได้พิจารณาให้เกิดปัญญาเท่านั้น ความสุขมาจากไหน???การที่เรามีหน้าที่ก็ทำไปตามหน้าที่ต้องทำ เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเรา"พอ"ต่อให้เรามีมากกว่าเดิมหลายสิบหลายร้อยเท่า มันก็มิได้ทำให้ความสุขเรามากขึ้น แต่ตรงกันข้ามถ้าไม่รู้จัก"พอ"กับสิ่งที่ตัวเองมี ก็จะไม่หยุดที่จะ ทำทำทำและ ทำต่อไปจนตาย...... การได้ออกไปปฎิบัติธรรมในป่า ในร่มไม้ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ บนความเงียบสงบ ทำให้ได้เข้าใจตัวเองและย้อนมอ...งตัวตนของตัวเองมากขึ้น กินง่ายอยู่ง่าย ไม่มีแบ่งชั้นวรรณะในหมู่นักปฎิบัติ ไม่มีมาดให้ใครชม ไม่มีใครให้ต้องอวด ใครเป็นใครต่างไม่รู้จักกัน หัวโขนก็ไม่ต้องสวมต้องใส่ เป็นตัวเราของเราอย่างแท้จริง ที่สำคัญ ความเงียบความสงบทำให้เราได้ทบทวนสิ่งต่างๆในอดีตที่ผ่านมาว่า สิ่งต่างๆที่เราหามา ล้วนไม่จีรังยั้งยืนหรือเป็นของเราสักอย่างเดียว เป็นแค่สมบัตินอกกาย บางครั้งตื่นมาแต่เช้าทำหน้าที่ของความเป็นผู้นำ เจ้าของ นักบริหาร นักธุรกิจ พ่อค้า หน้าที่ของสามี หน้าที่ต่อลูกๆ หน้าที่ของความเป็นบอสเป็นผู้นำและยึดกับหัวโขนที่ใส่ที่มีในสังคม เคยถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่า ชีวิตเรามีแค่นี่หรือ?ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ทานข้าว ออกไปทำงาน เย็นกลับถึงบ้าน ทานข้าว อาบน้ำ นั่งสมาธิ ไหว้พระ และนอน เป็นอย่างนี้ทุกวันซ้ำๆๆเดิมๆๆ "ชีวิตเรามีแค่นี่หรือ?"จะทำอย่างไรกับปั้นปลายชีวิตของเรา?ซึ้งเราไม่รู้เลยว่า จะมีพรุ่งนี้หรือชาติหน้าอะไรถึงก่อนกัน คนรวยหรือคนจนชีวิตมิแตกต่างกัน สำคัญที่ว่า "ชาตินี้คุณเคยให้อะไรกับคนอื่นบ้าง นอกจากตัวเอง"

 

(ธรรมะวันนี้)ผมได้รับรางวัล ตารา award

(ธรรมะวันนี้)ผมได้รับรางวัล ตารา award ของคุณแม่ชี ศันสนีย์ เสถียรธรรมะสถาน รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ การปิดทองหลังพระแล้วมีคนให้ความสำคัญกับการทำความดีของเรา ในงานมีคนมารับรางวัลสามร้อยกว่าคนซึ้งส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จัก แสดงว่ามีคนทำความดีมากมายแต่ไม่มีใครเชิดชู หรือรู้มาก่อน? การทำความดีไม่จำเป็นต้องรวยหรือมีเงิน อย่างชายพิการรูปที่ท่านเห็น เป็นอดีตทหารสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดนกับระเบิด เขาขาขาดทั้งสองข้าง แต่ทุกวันนี้เขาไปร้องเพลงให้ผู้ป่วยฟังเป็นจิตอาสาที่ ร.พ.มงกุฎ ฟ...ังแล้วรู้สึกดีมากเวลาเราทราบถึงความดีของคนที่รับรางวัล แล้วท่านทั้งหลายล่ะครับ? วันนี้ทำความดีอะไรบ้าง?ช่วยเล่าสู่กันฟ้งบ้าง เผื่อเป็นตัวอย่างของผู้อื่นให้ทำตามบ้าง ไม่มีเงินก็ทำความดีได้ ใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์ใช้แรงก็ได้ครับ ผมว่ามันมีคุณค่า คนรวยใช้เงินช่วยไม่ต้องออกแรง แต่คนทุกคนสามารถช่วยด้วยแรงและให้กำลังใจช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก บางครั้งความเมตตาช่วยผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดผมว่า มันมีความสุขความปิติ จากส่วนลึกของหัวใจข้างใน จริงไหมครับท่านทั้งหลายช่วยเล่าความดีให้ผมฟังบ้างครับ อย่าเก็บไว้คนเดียวครับ สาธุครับ

 

You are here: บทความ